สพฐ.มอบเขตพื้นที่อำนวยความสะดวก จัดหาที่เรียนหากนักเรียนสอบไม่ติด

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการปรับปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2564 สังกัด สพฐ. โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้มากที่สุด โดยปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2564 ฉบับใหม่ได้เลื่อนจากปฏิทินเดิม 2 สัปดาห์ คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เลื่อนการจับฉลากและประกาศผล เป็นวันที่ 15 พฤษภาคม รายงานตัว-มอบตัววันที่ 16 พฤษภาคม มัธยมศึกษาปีที่ 1 เลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม คัดเลือกความสามารถพิเศษวันที่ 19 พฤษภาคม จับฉลากจากวันที่ 24 พฤษภาคม ประกาศผลภายในวันที่ 24 พฤษภาคม และมอบตัววันที่ 29 พฤษภาคม ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เลื่อนวันสอบเป็นวันที่ 23 พฤษภาคม คัดเลือกความสามารถพิเศษ วันที่ 19 พฤษภาคม ประกาศผลภายในวันที่ 25 พฤษภาคม รายงานและมอบตัวพร้อมกัน วันที่ 30 พฤษภาคม โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษที่จัดสอนสำหรับเด็กพิการ/ผู้ด้อยโอกาส รับสมัครวันที่ 24-30 เมษายน สอบ/คัดเลือก วันที่ 15-19 พฤษภาคม ประกาศผลภายในวันที่ 23 พฤษภาคม รายงานตัวและมอบตัวภายในวันที่ 29 พฤษภาคม โดย ผู้ที่ยังไม่มีที่เรียนสามารถยื่นความจำนงจัดหาที่เรียนได้ในวันที่ 25-27 พฤษภาคม ประกาศผลวันที่ 29 พฤษภาคม และมอบตัววันที่ 30 พฤษภาคม 2564 นั้น

นายอัมพรกล่าวต่อว่า สำหรับการยื่นความจำนงจัดหาที่เรียนในปีนี้กรณีนักเรียนพลาดจากการจับฉลากหรือการสอบ สพฐ.ได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โดยมอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตสำรวจที่ว่างของโรงเรียนทุกโรงภายในเขตพื้นที่ เพื่อเตรียมบัญชีจัดหาที่เรียนให้เด็กที่ยังไม่มีที่เรียน ซึ่งผู้ปกครองสามารถพานักเรียนไปยื่นความจำนงที่เขตพื้นที่การศึกษาได้เลย หรือจะยื่นผ่านทางระบบออนไลน์ก็ได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางและเป็นการรักษาระยะห่างตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วย จากนั้นเขตพื้นที่จะดำเนินการจัดหาที่เรียนให้นักเรียนต่อไป โดยจะดำเนินการจัดหาที่เรียนให้เด็กภายในกำหนดเวลา เพื่อให้สามารถเริ่มเรียนได้ทันวันที่ 1 มิ.ย.64 พร้อมกัน เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่าปีนี้เด็กจะมีที่เรียนทุกคน ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลว่าลูกจะไม่มีที่เรียน

ขอบคุณข่าวจาก https://www.matichon.co.th/education/news_2710037

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *